วันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2558

Recorded Diary 10, 20/10/2015

Recorded Diary 10, 20/10/2015

ความรู้ที่ได้รับ (Knowledge)


นำเสนอวิจัย
นางสาวปรางชมพู บุญชม เรื่อง การพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
     ใช้กิจกรรมการเรียนรู้ประกอบชุดแบบฝึกทักษะ ของ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สรุปได้ว่าเด็กจะเกิดทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์จากการสังเกตขณะที่เด็กร่วมทำกิจกรรมมีสื่อที่หลากหลายและชุดทักษะที่เน้นสมองเป็นฐาน เด็กนำกระบวนการทางวิทยาศาสตร์มาใช้ทุกครั้ง ทักษะการสังเกต การจำแนก การแยกแยะ การสื่อความหมาย และการลงความเห็น เด็กนำมาใช้ทุกครั้งและเกิดกระบวนการเรียนรู้อย่างสมบูรณ์

นางสาวชนากานต์ แสนสุข เรื่อง การพัฒนาการเรียนการสอนโดยใช้กระบวนทางวิทยาศาสตร์ผ่านการสืบเสาะ
       ตัวแปรต้น : แผนประสบการณ์โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 
       ตัวแปรตาม : การคิดวิเคราะห์โดยให้เด็กเกิดการแก้ปัญหา และมีประสบการณ์มากขึ้น
- เล่นสนุกกับน้ำ  ฝึกการสังเกตและลงความเห็น
- เล่านิทานริมน้ำ ให้เด้กมาพูดประสบการณ์ และแบ่งกลุ่มเด็ก แจกขวดให้เด้กสังเกตและลงมือการทดลอง

นางสาว รัตนาภรณ์ คงกะพัน เรื่อง การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สามารถพัฒนาการคิดวิจารณญาณได้โดยเด็กลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง
        ลักษณะกิจกรรมให้เด็กได้สังเกตอุปกรณ์ และการทดลองสังเกตการเปลี่ยนแปลงของวัตถุและการสรุปผลการทอลองตามความเข้าใจของตนเอง ทำให้เกิดการวิเคราะห์ สังเคราะห์ การใช้เหตุผล และการประเมินค่า และทำให้เด็กมีบทบาทในการตั้งคำถามเพื่อกระตุ้นให้เด็กเกิดความคิด ขณะทำกิจกรรม


กิจกรรม(Activity)
ระดมความคิดภายในกลุ่มเกี่ยวกับ การทำ Cooking ทำเรื่อง ข้าวจี่ไส้หมูหยอง 


วัสถุดิบ
1. ไข่ไก่
2. หมูหยอง
3.ซอสถั่วเหลือง
4.เกลือ
5.ไม้เสียบ
6.น้ำตาล
7.ข้าวเหนียว

วิธีทำ
1.ปั้นข้าวจี่เป็นก้อนตามที่ชอบ
2.ใส่ไส้หมูหยองและเสียบไม้เพื่อง่ายต่อการปิ้ง
3.ตอกไข่ไก่และตีให้เข้ากันปรุงรสด้วยน้ำตาลและเกลือ
4.เมื่อเตาย่างได้ที่นำข้าวจี่ขึ้นไปปิ้ง
5.จากนั้นนำมาชุบไข่แล้วขึ้นไปปิ้งให้สุก


เทคนิคการสอน (Teaching Techiques)
- ให้นักศึกษามีความคิดหลากหลายในการเลือกหาเนื้อหา

การนำไปใช้ (Apply)
- การใช้คำถามในการทำกิจกรรม
- การตั้งคำถามในงสนวิจัยที่เพื่อนนำเสนอ
- การระดมความคิดในการนำสู้เข้าบทเรียนในการทำ Cooking

ทักษะ (Skill)
- นำกระบวนทางวิทยาศาสตร์มาใช้มนการสอนเนื้อหาเด็ก
- การนำความรู้จากวิจัยมาบูรณาการเข้าการการสอนทำ Cooking

วิธีการสอน (How to teach)
- การบรรยาย
-การระดมความคิด
-การเปิดโออาสให้เลือกสรรวัสดุ
-การตกลงภายในชั้นเรียน

การประเมินห้องเรียน (Classroom)
- ห้องเรียนสะอาด เรียบร้อย เหมาะสมต่ออ การเรียน และ อุปกรณ์เทคโนโลยีพร้อมต่อการใช้งาน

การประเมินอาจารย์ (Teacher)
- อาจารย์แต่งกายเรียบร้อย และมีความพร้อมต่อการสอนนักศึกษา และเปิดโอกาสให้แสดงความเห็นและร่วมกันตกลงกัน

การประเมินเพื่อน(Classmate)
- เพื่อนแต่งกายเรียบร้อยและเข้าเรียนตรงเวลา มีความพร้อมและสนใจในการเรียน และสรรหาการเมนูต่างๆเพื่อมาทำ Cooking ร่วมกัน

การประเมินตนเอง (Self)
- แต่งกายเรียบร้อยและมีความพร้อมในการเรียน ร่วมช่วยเพื่อนในการคิดสรรหาเมนูเพื่อมานำเสนอในคาบ Cooking ต่อไป


















Recorded Diary 9, 14/10/2015

Recorded Diary 9, 14/10/2015

ความรู้ที่ได้รับ (Knowledge)


เพื่อนนำเสนอบทความ 

นางสาวสุทธิกานต์ กงพาพันธุ์ เรื่อง โลกของเราดำเนินอยู่ได้อย่างไร?
       เนื่องจากมนุษย์จำเป็นต่อการ บริโภคทรัพยากร  ดิน น้ำ อาการ และพลังงาน ถ้ามนุษย์ใช้อย่างไม่ประหยัดก็ให้เกิดมีแต่ทรัพยากรหมดไปดังนั้นเราต้องช่วยกันอนุรักษ์ โดยผ่านการจัดกิจกรรม ดังนี้
1.กิจกรรม"หวานเย็นชื่นใจ"
ซึ่งน้ำหวานปกติเป็นของเหลว และ ในไปแช่ช่องแข็ง เลยเปลี่ยนสถานะเป็นของแข็ง
2.กิจกรรม"โมบายเริงลม"
พลังงานลมจะทำให้สิ่งต่างๆเคลื่อนที่ได้ โดยให้เด้กประดิษฐ์โมบายและนำไปแขวนแรงลมกระทบโมบายทำให้เกิดเสียงไพเราะและสอนเรื่องของความสมดุลของแรง

นางสาวสุทธินี โนนริบูรณ์ เรื่อง เด็กอนุบาลเรียนรู้วิทยาศาสตร์แบบบูรณาการ การล่องแก่ง
       การจัดการเรียนรู้ให้เด็กในเชิงอนุรักษ์ ให้เด็กรู้จักวิธีการเล่นล่องแก่ง อุปกรณ์การเล่นกฃล่องแก่ง และวิธีการเล่นล่องแก่งอย่างปลอดภัย โดยให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในกิจกรรม โดยให้เด็กเกิดการสังเกต การตั้งคำถาม การคาดคะเน และการลงความเห็นและตระหนักถึงแหล่งเรียนรู้ในชุมชน

นางสาวเจนจิรา เทียมนิล เรื่อง สอนลูกเรื่องแม่เหล็ก
        การจัดกิจกรรมให้เด็กได้เรียนรู้เกี่ยวกับวัตถุที่สามารถดูดเหล็กได้ คุณสมบัติจำพวกแม่เหล็ก เช่น วัถุจำพวกเหล็ก โลหะ และนิกเกิล วัตุที่ไม่สามารถดูดเหล็กได้ เช่น ไม้ พลาสติก แก้ว และยังนำแม่เหล็กไปประกอบเป็นของเล่นที่น่าสนใจและให้ความรู้กับเด้กที่หลายหลายและแม่เหล็กยังเป็นสิ่งใกล้ตัวอีกด้วย


กิจกรรม(Activity)

โดยการให้นักศึกษาไปเลือกหยิบของเล่นวิทยาศาสตร์ของเพื่อนอีกกลุ่มเรียนที่ตัวเองสนใจและนำมาอธิบายของเล่นชิ้นนั้นๆที่มีหลักการทางวิทยาศาสตร์อย่างไร?

สิ่งที่ดิฉันได้ คือ กังหันลม  เกี่ยวข้องกับหลักการวิทยาศาสตร์เรื่องแรงลม

นำเสนองานที่เกี่ยวข้องกับหน่วยที่ได้รับผิดชอบคาบที่ผ่านมา

 ของเล่น : พัดลวงตา

สิ่งที่ได้จากการเรียนรู้ - ธรรมชาติของสายตามนุษย์จะจดภาพนั้น 20 วินาที หลังจากภาพนั่นหายไปเมื่อมีภาพใหม่มาแทนที่จึงทำให้เหมือนเกิดภาพเคลื่อนไหว เหมือนภาพทับซ้อนกัน

ของเล่นตามมุม : สนุกหรรษาไปกับการท่องเที่ยว

สิ่งที่ได้จากการเรียนรู้ - แม่เหล็กทำให้เกิดแรงดูดและแรงผลัก แม่เหล็กที่มีคุณสมบัติต่างกันจะดูดกัน แม่เหล็กที่คุณสมบัติเหมือนกันจะผลักออกจากกัน

การทดลอง : เรือไม้จิ้มฟัน

สิ่งที่ได้จากการเรียนรู้ - คุณสมบัติของแชมพูมีฤทธิ์เป็นเบส ทำให้แรงตึงผิดขาดจึงทำให้ไม้จิ้มฟันพุ่งปข้างหน้า

เทคนิคการสอน (Teaching Techiques)
- อาจารย์มีคำถามเพื่อโยงเข้ากับหลักการทางวิทยาศาสตร์ และให้นักศึกษาเกิดการคิด การวิเคราะห์ และสังเคราะห์ออกจากการทดลอง ของเล่น ของเล่นตามมุม


การนำไปใช้ (Apply)
- ความรู้จากโทรทัศน์ครูนำแนวการจัดการเรียนการสอนต่อไปให้แก่เด็กได้
- ความรู้จากการทำของเล่น ตามมุม และ การทดลอง นำเข้าสู่การเขียนแผนการจัดประสบการณ์ให้แก่เด็ก

ทักษะ (Skill)
- การระดมความคิด
- การตั้งคำถาม
-การตอบคำถาม

วิธีการสอน (How to teach)
- การบรรยาย

ประเมินห้องเรียน (Classroom)
- ห้องเรียนสะอาด เรียบร้อย อุปกรณ์พร้อมต่อการสอน

ประเมินอาจารย์ (Teacher)
-อาจารย์แต่งกายเรียบร้อย มีความพร้อมในการสอนนักศึกษา ใช้การตั้งคำถามให้นักศึกษาร่วมกันตอบภายในห้องเรียน

ประเมินเพื่อน (Classmate)
- เพื่อนแต่งกายเรียบร้อย และให้ความสนใจในเนื้อหาการเรียน และมีบางกลุ่มอาจคุยบ้างแต่ทุกคนตั้งใจในการเรียน

ประเมินตนเอง(Self)
-แต่งกายเรียบร้อยและมีความพร้อมในการเรียนและการนำเสนองานพร้อม


Recorded Diary 8,10,2015

Recorded Diary 8,10,2015

ความรู้ที่ได้รับ (Knowledge)


เพื่อนนำเสนอโทรทัศน์ครู

นางสาวเวรุวรรณ ชูกลิ่น  เรื่อง กิจกรรมวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กจัดการเล่นของเล่นโดยการทดลอง

1. เรื่อง แรงโรยตัว
ของเล่นเกี่ยวกับ นักดำน้ำจากหลอดกาแฟ เมื่อบีบขวดทำให้น้ำไปแทนที่อากาศในหลอดทำให้นักดำน้ำจมลง ความสัมพันธ์ระหว่าง อากาศ +แรงดัน
2.เรื่อง การเลี้ยงลูกโป่งด้วยแรงลม
การใช่ปากเป่าหลอดด้วยการประคองลูกโป่งด้วยแรงลมจากปาก
3.เรื่อง ถุงพลาสติกมหัศจรรย์
การใช้ดินสอทิ่มในถุงพลาสติกที่มีน้ำทำให้น้ำไม่ไหลออกเพราะถุงพลาสติกเกิดการขยายตัวขึ้น
4.เรื่อง ความดันยกของ
การนำวัตถนั้นๆมาวางทับของทำให้วัตถุที่เบากว่าลอยตัวขึ้น

นางสาว วัชรี วงศ์สะอาด เรื่อง วัยอนุบาลเรียนรู้วิทยาศาสตร์จากสิ่งใกล้ตัว
    ครูพาเดินสำรวจบริเวณโรงเรียนหลังเลิกแถวในตอนเช้า สังเกตหญ้าแฝก และให้เด็กเกิดการตั้งคำถามและนำมาเป็นหน่วยการเรียนรู้ในการเรียนการสอนและนำวิทยากรผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้ที่เด็กๆสนใจ


นางสาวภัทรวรรณ หนูแก้ว เรื่อง บ้านวิทยาศาสตร์น้อย
 
    บ้านวิทยาศาสตร์น้อย การจัดการเรียนการสอน ทดลองเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์โดยให้เด็กเรียนรู้โดยผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 และรู้จักสังเกต รู้จักการตั้งคำถาม รู้จักการหาคำตอบ ใรการทดลองต่างๆ เช่น นักดำน้ำ การจมลอย เกิดขึ้นได้อย่างไร

กิจกรรม (Activity)
แบ่งกลุ่มเพื่อจัดประสบการณ์ให้กับเด็กตามหน่วย ต่างๆ 
1. ตัวเด็ก
2. เกี่ยวกับเด็ก
3. บุคคลและสถานที่
4. ธรรมชาติรอบตัว

กลุ่มดิฉันได้รับผิดชอบ หน่วย บุคคลและสถานที่ 



เทคนิคการสอน (Teaching Techiques)

- ให้นักศึกษาระดมความคิดเกี่ยวกับหน่วยที่ได้รับโดยระบุหน่วยที่มีขนาดกว้างมาเป็นชื่อหน่วยที่สนใจและระดมออกมาเป็นในรูปแบบดังภาพเพื่อโยงเข้าสู้เรื่องวิทยาศาสตร์


การนำไปใช้ (Apply)
- รู้จักวิธีการเขียน My Mapping ในหัวข้อเรื่องต่อไป
- รู้จักขั้นตอนก่อนเริ่มเข้าสู่ก่อนการเข้าสู้การเขียนแผน


ทักษะ (Skill)
- การทำงานร่วมกับผู้อื่น
- การคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์
- การรับฟังและยอมรับความแสดงความเห็นของเพื่อนในกลุ่ม

วิธีการสอน (How to teach)
- การบรรยาย ยกตัวอย่างบางหน่วย
- วิธีการเลือกชื่อหน่วยเพื่อง่ายต่อการจัดประสบการณ์ให้เด็ก

การประเมินสภาพห้องเรียน (Classroom)
- ห้องเรียนสะอาด เครื่องเทคโนโลยีพร้อมต่อการเรียนการสอน สะอาดเรียบร้อย

ประเมินอาจารย์ (Teacher)
- อาจารย์แต่งกายสะอาดเรียบร้อย พร้อมต่อการให้ความรู้นักศึกษา และเปิดโอกาสให้นักศึกษาใช้คำถามในสิ่งต้องการคำตอบ อาจารย์ใช้วิธีการตอบโดยให้นักศึกษาคิด วิเคราะห์ได้อย่างน่่าสนใจ

ประเมินเพื่อน (Classmate)
- เพื่อนตั้งใจร่วมทำกิจกรรม อาจมีการทำกิจกรรมโดยไม่ฟังที่อาจารย์พูดก่อน คิดว่าเคยเรียนมาแล้ว อาจเกิดการผอดพลาดในการเขียน Mapping ได้

ประเมินตนเอง (Self)
- แต่งกายสุภาพ มีความตั้งใจในการร่วมทำกิจกรรมกับเพื่อน ให้ความร่วมมือเพื่อให้งานเสร็จลุล่วงไปอย่างสมบูรณ์

Recorded Diary 7, 22/08/2015

Recorded Diary 7, 22/08/2015

ความรู้ที่ได้รับ (Knowledge)

ทะเลในขวด (Sea Glass)




ส่วนผสม / อุปกรณ์ที่ใช้ 
1.ขวดน้ำ 1 ขวด
2. น้ำมันพืช
3.สีผสมอาหาร
3.น้ำเปล่า


ขั้นตอนวิธีทำ
1.นำขวดน้ำเปล่า 1 ขวด ใส่น้ำลงไป 1/3 ของขวด



2.ใส่สีผสมอาหาร สีน้ำเงิน



3. กรอกน้ำมันพืชตามลงไป




4.ปิดฝาขวดให้แน่น



วิธีการเล่น
 ค่อยๆโยกขวดไปมา เหมือน คลื่นในทะเล เป็นการจำลองทะเลในขวดแบบง่ายๆ


ข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์

      คลื่นทะเลในขวดเกิดขึ้นเนื่องจาก น้ำและน้ำมันไม่สามารภผสมเข้ากันได้ เมื่อเราโยกชวดไปมาจึงเกิดคลื่นทะเลในขวดแบบง่ายๆ โดยใช้อุปกรณ์ง่ายๆใกล้ตัวได้เรียนรู้จากประสบการณ์จากธรรมชาติ

      น้ำกับน้ำมันจะไม่ผสมกัน แต่ จะแยกชั้นกัน เพราะ มีขั้วที่แตกต่างกัน "น้ำมัน" เป็นพวกโมเลกุล มีขั้ว
 แต่ "น้ำ" เป็นพวกโมเลกุล "ไม่มีขั้ว" จึงแยกกันอยู่ น้ำมีน้ำหนักที่หนักกว่า จึงจมลงช้างล่าง ส่วน น้ำมันมีน้ำหนักที่่เบากว่าจึงลอยอยู่ข้างบน

เทคนิคการสอน (Teaching Techiques)

- การคิดออกแบบของเล่นที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศสตร์โดยจากของเหลือใช้ที่หลากหลาย

ทักษะ (Skill)

- รู้จักการสังเกต และการคิดค้นหาเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ในของเล่นแต่ละชิ้น

- การใช้เทคนิคในการนำเสนอของเล่นให้เพื่อนเข้าใจและเกี่ยวข้องกิบวิทยาศาสตร์

- การระดมความคิดในการตอบปัญหาของเล่นชิ้นอื่นๆ

- การแสดงออกความเห็นในของเล่นของเพื่อน



การนำไปใช้ (Apply)

- การคิดของเล่นจากวัสดุง่ายๆโดยสามารถนำไปคิดหน่วยการเรียนการสอนให้แก่เด้กได้


ประเมินสภาพห้องเรียน (Classroom)

- ห้องเรียนสะอาด มีความพร้อมในการเรียน เครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมต่อการนำเสนองาน

ประเมินอาจารย์ (Teacher)

- แต่งกายสุภาพเรียบร้อย อาจารย์พร้อมในการเรียนการสอน พร้อมให้นักศึกษามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและมีส่วน

ร่วมในการเรียน

ประเมินเพื่อน (Classmates)

- เพื่อนแต่งกายเรียบร้อย และมีความพร้อมในการนำเสนองานและให้ความสนใจในการนำเสนองานของเพื่อนใน

ห้องเรียน


ประเมินตนเอง (Self)

- แต่งกายเรียบร้อยและมีความพร้อมในการนำเสนองาน 






วันเสาร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2558

Recorded Diary 6, 15/09/2558 ***ขาดเรียน***

ขาดเรียน คัดลอกมาจาก นางสาวสุทธินี โนนริบูรณ์

**The knowledge gained**
เนื้อหา:
การทำงานของสมอง

แนวคิดพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์


การเรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจริง

การศึกษาวิธีการทางวิทยาศาสตร์

วันเสาร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2558

Recorded Diary 5, 08/09/2558

Recorded Diary 5, 08/09/2558

ความรู้ที่ได้รับ (Knowledge)

ทบทวนความรู้ที่ได้จากใบความรู้ในสัปดาห์ที่แล้ว ที่ทำงานเป็๋นคู่ เช่น เรื่อง สัตว์ (animal) , น้ำ (water) ขั้นอนุรักษ์ คือ ขั้นที่เด็กตอบตามที่เห็น

อาจารย์แจกกระดาษให้ 1 แผ่น
   ให้ออกแบบสื่อที่ใช้สอนเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ มา 1 สื่อ


เกี่ยวข้องกับวิทยาศาตร์อย่างไร?  คือ การกระทำต่อวัตถุ วัตุเจอกับอากาศ แล้วทำให้เกิดเสียง

สรุป
           การสอนวิทยาศาตร์สำหรับเด็ก ต้องมีความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์โดยการหาความรู้ โดยกำหนดหน่วยที่เราจะสอนที่สัมพันธ์ดกี่ยวกับกายภาพ เรื่่อง แสง เงา อากาศ สี ลม เลือกมาทำของเล่นโดยผ่านกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์


การนำไปใช้ (Apply)
- ในการสอนวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กโดยผ่านสื่อการเล่นคือการผ่านกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ ควรกำหนดหน่วยนั่นๆและควรมีความรู้ที่เพียงพอ ควรให้เด็กลงมือปฏิบัติจริงจะทำให้เด้กเกิดการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น

ทักษะ (Skill)
- อาจารย์ให้นักศึกษาลงมือปฏิบัติจริงและช่วยกันแสดงความคิดเห็นในสื่อของเล่นว่าเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์อย่างไร?

วิธีการสอน (How to teach)
- ให้นักศึกษาออกแบบสื่อโดยอย่างอิสระ
- ให้นักศึกษาร่วมกันอธิบายความเกี่ยวข้องอย่างไรกับวิทยาศาตร์
- อาจารย์คอยให้ความรู้เพิ่มเติม

ประเมินสภาพห้องเรียน (Classroom)
- ห้องเรียนสะอาด เย็นสบาย มีอุปกรณ์ครบถ้วน

ประเมินอาจารย์ (Teacher)
- อาจารย์แต่งกายเรียบร้อย มีการเปิดโอกาสให้เด็กได้คิดและใด้แสดงความสามารถออกมา และอาจารย์ยังคอยช่วยสอนและให้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับงานที่ทำออกมาแต่ละสื่อ


ประเมินเพื่อน (Classmates)
- เพื่อนมาเรียนตรงต่อเวลา และให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในระหว่างการเรียน

ประเมินตนเอง (Self)
- แต่งกายถูกระเบียบ มาเรียนมาตรงเวลา ต้องหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์มากกว่านี้กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ก็เช่นกัน




วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2558

Recorded Diary 4 ,01/09/2015

Recorded  Diary 4 ,01/09/2015

งดการเรียนการสอน เนื่องจาก คณะศึกษาศาสตร์จัดโครงการศึกษาศาสตร์วิชาการ ในหัวข้อเรื่อง "ทักษะการจัดการเรียรรู้ในศตวรรษที่ 21"  บรรยายโดย อ.ดร.อภิภู สิทธิภูมิมงคล




ความรู้ที่ได้รับ (Knowledge)


การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 
21 st Century Student Outcomes and Support Systems



คุณลักษณะของบัณทิตในศตวรรษที่ 21 


ทักษะของคนในศตวรรษที่ 21 การเรียนรู้ 3R x 7C

3 R คือ 
- Reading (อ่านออก)
- (W)Riting (เขียนได้)
- (A)Rithemetics (คิดเลขเป็น)

7 C คือ
- Critical Thinking and Problem Solving 
   (ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา)
- Creativity and Innovation
  (ทักษะด้านการสร้างสรรค์และนวัตกรรม)
- Cross - cultural Understanding
  (ทักษะด้านความเข้าใจความต่างวัตธนธรรม ต่างกระบวนทัศน์)
- Collaboration , Teamwork , and Leadership
  (ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานกันเป็นทีมและภาวะผู้นำ)
- Communications , Information and Media Literacy
  (ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ)
- Computing and ICT Literacy
  (ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร)
- Career and Learning Skills
  (ทักษะอาชีพ และ ทักษะการเรียนรู้)

ห้องเรียนสำหรับการศึกษาศตวรรษที่ 21

    Smart Classroom



 Smart Learning
 Smart Students

สรุป    การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ต้องก้าวข้าม "สาระวิชา" ไปสู่การเรียนรู้ "ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21" (21 st Century Skills) ซึ่งครูจะเป็นผู้สอนไม่ได้ แต่ ต้องให้นักเรียนเป็นผู้เรียนรู้ด้วยตนเองโดยครูจะออกแบบการเรียนรู้ ฝึกฝนให้ตนเองเป็นโค้ช (Coach) และ อำนวยความสะดวก (Facilitator)ในการเรียนรู้แบบ PBL (Problem-Based Learning) ของนักเรียนซึ่งสิ่งที่เป็นตัวช่วยของครูในการจัดการเรียนรู้ คือ ชุมชนการเรียนรู้ครูเพื่อศิษย์ (Professional Learning Communities : PLC) เกิดจากรวมตัวกันของครูเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำหน้าที่ของครูแต่ละคนนั่นเอง 


กิจกรรมช่วงบ่าย 
ชมการแสดงและการจัดนิทรรศการของแต่ละเอก










ทักษะ (Skill)
- การบรรยาย โดย ใช้ Power point ประกอบคำอธิบายและเนื้อหาเพื่อให้เห็นภาพมากยิ่งขึ้น

การนำไปใช้ (Apply)
- รู้เท่าทันการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 และเป็นแนวทางในการนำไปใช้ในการแสวงหาความรู้ และนำความรู้ไปใช้ได้อย่างเท่าทันมากยิ่งขึ้น

ประเมินเพื่อน (Classmates)
- เพื่อนเข้าร่วมและตั้งใจรับฟังคำบรรยายครบทุกคนและจนจบการบรรยาย

ประเมินตนเอง (Self)
- แต่งกายถูกระเบียบ และ มีความตั้งใจในการรับฟังคำบรรยาย คิดตาม และสามารถนำความรู้มาลองใช้ในการค้นหาข้อมูล ในการเรียนรู้สิ่งต่างที่ยังไม่รู้เกี่ยวกับการเรียนรู้ในยุตศตวรรษที่ 21